บทความสุขภาพ ความรู้อาหารเสริม การใช้ยา

โดสผิวขาว เสี่ยงสูงเป็นมะเร็งผิวหนัง

Posted on: กันยายน 2, 2013


โดสผิวขาว เสี่ยงสูงเป็นมะเร็งผิวหนัง

โดสผิวขาว เสี่ยงสูงเป็นมะเร็งผิวหนัง

แพทย์ ผิวหนัง เตือน ” โดสเร่งขาว ” ราคาไม่กี่ 10 บาท ได้ไม่คุ้มเสีย ชี้หากใช้กรด AHA 70% ถือว่ามีความเข้มข้นสูง อาจทำให้ผิวไหม้ ระคายเคือง และบอบบางลงจนไวต่อแดด มีโอกาสเกิดการอักเสบสูง หากเกิดบ่อยอาจพัฒนากลายเป็น มะเร็งผิวหนัง ด้าน อย.ซัด ไม่มีฉลากถือเป็นผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมาย

นพ.จินดา โรจนเมธินทร์ รักษาการผู้อำนวยการสถาบันโรค ผิวหนัง กรมการแพทย์ การะทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีการขายผลิตภัณฑ์เร่งผิวขาวชื่อ ” โดสเร่งขาว ” ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีลักษณะเป็นน้ำสีต่างๆ อาทิ สูตรสีแดง สูตรสีเขียว เป็นต้น โดยข้อมูลบางส่วนในอินเทอร์เน็ตระบุว่าอาจ ผลิตยามาจากกรด AHA 70% มาผสมกับน้ำกลั่นและผสมสีลงไป ทำให้ผู้ใช้บางรายมีอาการแสบผิวยามโดนแสงแดดว่า หากผลิตภัณฑ์ โดสเร่งขาว ดังกล่าวใช้กรด AHA 70% จริง ถือว่ามีความเข้มข้นสูง การนำมาใช้กับผิว ถือว่ามีอันตรายอย่างมาก เพราะจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองผิว ปวดแสบร้อนเหมือนผิวไหม้ หรือต่อให้ไม่เกิดอาการข้างเคียงดังกล่าว แต่การใช้เป็นเวลานาน จะทำให้ชั้น ผิวหนัง บอบบางลงเรื่อยๆ เพราะชั้น ผิวหนัง ถูกลอกออกไปเร็วกว่าตามธรรมชาติ และเมื่อ ผิวหนัง บอบบางก็จะทำให้เกิด ผิวหนัง แพ้ง่าย เซนซิทีฟ และไวต่อแสงแดด

“เมื่อ ผิวหนัง บางลงทำให้เกิดอาการอักเสบง่าย และหากเกิดอาการอักเสบซ้ำๆ บ่อยๆ ในระยะยาว ก็มีโอกาสที่จะเปลี่ยนการเป็น มะเร็งผิวหนัง ที่สำคัญหากนำมาทบริเวณที่บอบบาง เช่น รอบดวงตา ก็จะเกิดอาการระคายเคืองง่าย และหากกระเด็นถูกตาก็มีโอกาสทำให้ตาบอดได้เช่นกัน นับว่าเป็นโทษมากกว่าประโยชน์” นพ.จินดา กล่าว

นอกจากนี้ นพ.จินดา ยังกล่าวอีกว่า การทำให้หน้าขาวใสด้วยกรด AHA จะต้องทำโดยแพทย์ ผิวหนัง ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะแพทย์จะรู้ว่า ผิวหนัง ของแต่ละคนเหมาะสมที่จะรักษาด้วยวิธีดังกล่าวหรือไม่ รู้ว่าผิวหนัง ส่วนใดควรใช้ปริมาณกรด AHA เท่าใด และมีการให้คำแนะนำที่ถูกต้องภายหลังการทำ เช่น ทำแล้วจะมีอาการผิวลอกเป็นขุย ผิวใหม่ที่ขึ้นมาจะมีความบอบบาง ต้องทาครีมบำรุงและกันแดดเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวไวต่อแสง และต้องทิ้งช่วงระยะเวลาเท่าใด จึงจะสามารถกลับมาทำซ้ำได้อีก เป็นต้น จึงขอเตือนผู้ที่สนใจความสวยความงาม อยากขาวใส อย่าเห็นแก่ของราคาถูก ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ราคา โดสเร่งขาว มีราคาถูกนั้น เพราะหากมีส่วนผสมจากกรด AHA และน้ำกลั่นจริง ก็ถือว่าเป็นวัตถุดิบที่ไม่แพง ทำให้ราคาต่อขวดไม่สูงเกินไปนัก แต่ผลที่ได้กลับมาอาจจะไม่คุ้ม เพราะผลิตภัณฑ์ไม่มีฉลากติดเอาไว้ ไม่ผ่าน อย.ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ถูกกฎหมาย และมีอันตราย ไม่มีข้อมูลที่ทำให้รู้ว่ากระบวนการ ผลิตยา เป็นอย่างไร และอัตราส่วนผสมระหว่างกรด AHA กับน้ำกลั่นเป็นอย่างไร

ด้าน นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า หากเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องสำอาง จะต้องมีการจดแจ้งเครื่องสำอางกับ อย.ก่อน ตามมาตรา 28 ใน พ.ร.บ.เครื่องสำอาง โดย อย.จะพิจารณาดูว่าเครื่องสำอางนั้นมีส่วนผสมของสารที่ห้ามใช้หรือไม่ ถ้ามีสารห้ามใช้ก็ถือว่าเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย ส่วนผลิตภัณฑ์ โดสเร่งขาว ดังกล่าว ตามที่ได้รับข้อมูลคือไม่มีการระบุฉลากใดๆ ทั้งสิ้น ตรงนี้ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้จดแจ้งเครื่องสำอางผิดมาตรา 28 จึงมีโทษตามมาตรา 55 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ขายเครื่องสำอางที่ไม่มีฉลากหรือมีแต่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง มีโทษตามมาตรา 57 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากเป็นเจตนาของผู้ผลิตเพื่อขายหรือนำเข้าเพื่อขายที่ไม่ติดฉลาก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ที่มา : http://coxlabthai.com/article114.html

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

กันยายน 2013
พฤ อา
« ส.ค.   ต.ค. »
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30  

Blog Stats

  • 54,249 hits

บทความสุขภาพ บทความเกี่ยวกับยา


%d bloggers like this: